เข้าสู่ระบบ
เช็กผลบอลทุกคู่ ทุกรายการ วันที่ 9 พ.ค.53
โพสเมื่อ: 10 พ.ค. 53 : 11.09 น.
"สิงห์บลูส์" เชลซี ก้าวขึ้นครองแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่ ภายหลังเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่ถล่ม วีแกน ที่เหลือ 10 คน ด้วยสกอร์มโหฬาร 8-0 พร้อมกับดับความหวังในการสร้างสถิติฟาดแชมป์ลีกสูงสุด 4 ปีรวดทีมแรกของ "แชมป์เก่า" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ป้องกันแชมป์ไม่ได้ แม้จะเปิดรังอัด สโต๊ค กระจุย 4-0 ในวันเดียวกัน
เกมนี้ เชลซี ช่วงชิงจังหวะขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากลูกยิงสุดคมของ นิโกล่าส์ อเนลก้า ในนาทีที่ 6 พอเข้าสู่นาทีที่ 32 มีจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น เมื่อ แกรี่ คัลด์เวลล์ กองหลังสก๊อตต์ของทีมเยือน ถูกไล่ออกในจังหวะทำฟาวล์ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในกรอบเขตโทษ ก่อน แลมพาร์ด ลุกขึ้นมาสังหารให้ทีมหนีห่าง 2-0 พร้อมกับจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังเจ้าถิ่นยังไม่ผ่อนเกม ก่อนมาได้เพิ่มอีก 6 ประตูรวด จาก ซาโลมง กาลู น.54, อเนลก้า น.56 บวกกับแฮตทริคของ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา น.63, 68 และ 80 โดย แอชลี่ย์ โคล แบ็กซ้ายจอมฉาวมายิงฮาล์ฟวอลเล่ย์ปิดท้ายให้ เชลซี ขึ้นครองแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างยิ่งใหญ่ 8-0 ประเดิมการคุมทีมซีซั่นแรกของ คาร์โล อันเชล็อตติ
นอกจากนั้น เชลซี ยังสร้างสถิติใหม่จากการกลายเป็นทีมแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกที่ยิงประตูเกิน 100 ลูกต่อฤดูกาล พร้อมกันนั้น ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยังมาปาดหน้า เวย์น รูนี่ย์ ในโค้งสุดท้ายด้วยการซิวตำแหน่งดาวซัลโวของลีกไปครองที่จำนวน 29 ประตู
ขณะที่ผลการแข่งขันคู่อื่น ๆ "แชมป์เก่า" แมนฯยูไนเต็ด เปิดรังทุบ สโต๊ค 4-0 โดยทีมเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำจาก ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ มิดฟิลด์แดนวิสกี้ และก่อนหมดครึ่งแรก ไรอัน กิ๊กส์ ซัดด้วยซ้ายพาให้ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก 11 สมัย นำห่าง 2-0 เข้าสู่ครึ่งหลังเกมส่วนใหญ่ยังอยู่การครอบครองของ แมนฯยู และก็มาได้เพิ่มอีก 2 ประตู จากการทำเข้าประตูตัวเองของ แดนนี่ ฮิกกิ้นบ๊อทแธ่ม อดีตดาวรุ่งผีและ พาร์ค ชี ซอง
ด้าน อาร์เซน่อล ปิดฉากฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ตามคาด ภายหลังเปิด เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์กับ ฟูแล่ม แต่เกมนี้บรรยากาศไม่ค่อยกดดันนัก เพราะต่างฝ่ายต่างแทบไม่มีลุ้นอะไรแล้ว ขณะที่ทีมเยือนก็มีคิวเตะนัดประวัติศาสตร์รออยู่ในรายการ ยูโรป้า คัพ ทำให้กุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ปรับทัพเกือบยกทีม ซึ่งผลจบลงตามคาด โดยพลพรรค "เดอะ กันเนอร์ส" ชนะขาด 4-0 และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ ก็ซัลโวตาข่ายของ ฟูแล่ม ได้อีกครั้ง
ส่วนเกมที่พลิกล็อคหนีไม่พ้นเกมดวลแข้งที่ เทิร์ฟ มัวร์ เพราะทีมฟอร์มแรง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่ก่อนเกมยังแอบมีลุ้นฉกอันดับ 3 จาก อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายเริ่มต้นเกมได้ดีกว่าและได้ประตูขึ้นนำก่อน 2-0 จากการยิงของ แกเร็ธ เบลและ ลูก้า โมดริช อย่างไรก็ตามเจ้าบ้านไม่ยอมแพ้และแสดงสปิริตอันแรงกล้ามาเร่งเครื่องยิงคืนรวดเดียว 4 ประตู จาก สตีเว่น ธอมป์สัน, มาร์ติน เพเตอร์สัน, แจ็ค คอร์คและ เวด เอลเลียตต์ จบเกม เบิร์นลี่ย์ แบบประทับใจแฟนบอลส่งท้ายซีซั่น 4-2
ขณะที่ผลการแข่งขันสนามอื่น ๆ ทุกคู่ ทุกรายการ ติดตามต่อได้ด้านล่าง

