เข้าสู่ระบบ
เช็คผลบอลทุกคู่ ทุกรายการวันที่ 17 พ.ย.53
โพสเมื่อ: 18 พ.ย. 53 : 11.19 น.
แชมป์โลกหมดรูป !!! "ฝอยทอง" อัด "กระทิง" ยับ 4-0
"ตราไก่" เจ๋งบุกยิง "สิงโต" 2-1 , "ฟ้าขาว" เชือด "แซมบ้า" หวิว
ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติ แชมป์โลกทีมล่าสุด "กระทิงดุ" สเปน โชว์ฟอร์มเสียราคาไปเยอะ บุกไปโดน "ฝอยทอง" โปรตุเกส ถล่มแหลกชนิดไม่ไว้หน้า 0-4 งานนี้ เอลแดร์ ปอสติก้า ซัดเบิ้ล 2 เม็ดด้วย ขณะที่ "ตราไก่" ฝรั่งเศส แชมป์โลก 1 สมัย ทำผลงานยอดเยี่ยม บุกไปสอย "สิงโตคำราม" อังกฤษ ถึงถิ่น นิว เวมบลีย์ 2-1 , คาริม เบนเซม่า กับ มาติเยอ วัลบูเอน่า ดาหน้ากันยิง ด้าน "ฟ้าขาว" อาร์เจนติน่า ก็อุ่นเครื่องสวยไม่แพ้กัน เล่นในกาตาร์ เฉือนคว้าชัยเหนือคู่ปรับตลอดกาล "แซมบ้า" บราซิล หวุดหวิว 1-0 ลิโอเนล เมสซี่ เจ้าเก่าซัดชัยช่วยทีมเหมือนเดิม ส่วนผลชาติใหญ่อื่น ๆ ฮอลแลนด์ ชนะ 1 เม็ด และ เยอรมัน กับ อิตาลี นัดกันเจ๊า
ฟุตบอลนัดกระชับมิตรทีมชาติ
โปรตุเกส 4 - สเปน 0
สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุซ
ทีม "ฝอยทอง" โปรตุเกส เกมนี้ต้องลงสนามโดยไม่มี ฟาบิโอ โคเอนเทรา กับ ซิลแวสต์ วาเรล่า ที่บาดเจ็บ กระนั้นก็ได้ตัว โชเซ่ โบซิงวา แบ็กขวาตัวเก่งจาก เชลซี รวมทั้ง ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ ฟิตสมบูรณ์กลับมาช่วยแนวรับ ส่วนแนวรุกมีดาวดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกพระกาฬของ เรอัล มาดริด และ นานี่ ดาวดังจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงปั้นเกมให้กับ เอลแดร์ ปอสติก้า เข้าล่าตาข่ายเช่นเคย
ทางด้านแชมป์โลก "กระทิงดุ" สเปน ซึ่งสวมชุดแข่งใหม่ที่มีตราแชมป์โลก 2010 ลงสนามเกมนี้เป็นครั้งแรกด้วยนั้น เกมนี้ไม่มี ฆวน มานูเอล มาต้า กองกลางตัวเก่งที่บาดเจ็บหัวเข่าซ้าย รวมไปถึง เฆซุส นาบาส ปีกตัวเก่ง เซบีย่า ที่เจ็บขา และ เปโดร โรดริเกวซ ที่มีอาการไส้ติ่งอักเสบ ส่วน เฟร์นานโด ตอร์เรส บาดเจ็บเอ็นข้อเท้า มีชื่อเป็นเพียงสำรองเท่านั้น โดย 3 ประสานในแดนหน้าวาง ดาบิด ซิลบา , ดาบิด บีย่า และ อันเดรส อิเนียสต้า ลงผนึกกำลังกันล่าตาข่าย พร้อมให้ ชาบี เอร์นานเดซ ปั้นเกมตรงกลางสนามไม่มีเปลี่ยนแปลง
เปิดเกมขึ้นมาได้แค่ 2 นาที โปรตุเกส ได้ลุ้นก่อน นานี่ ได้บอลหน้าเขตโทษฝั่งขวา ก่อนเลี้ยงตัดมายิงหักข้อด้วยซ้ายไปติดเซฟ อีเกร์ กาซิยาส นายทวารทีมเยือน
นาทีที่ 26 สเปน ได้โอกาสบ้าง อันเดรส อิเนียสต้า แทงเข้าช่องเขตโทษด้านซ้ายให้ ดาบิด บีย่า หลุดเข้ามายิงเข้าขวาไม่ผ่านมือ เอดูอาร์โด้ ผู้รักษาประตูของทีมฝอยทอง
หลังจากนั้นอีก 10 นาที เจ้าถิ่นน่าได้ประตูขึ้นนำเป็นที่สุด เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เลี้ยงเจาะเข้าเขตโทษก่อนจะยิงผ่านมือ กาซิยาส บอลกำลังจะเข้าเสาสองอยู่แล้ว แต่มี นานี่ โฉบมาโหม่งซ้ำ กลายเป็นผู้ตัดสินเป่าว่าเป็นลูกล้ำหน้า
อย่างไรก็ตามนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจนได้จากจังหวะที่โต้กลับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พาบอลขึ้นมาทางสุดเส้นหลังด้านซ้าย ก่อนแต่งบอลหนีกองหลังสเปน และปั่นด้วยขวาเล่นเอา อีเกร์ กาซิยาส นายทวารสเปน ต้องทุบออกมาเข้าทางของ คาร์ลอส มาร์ตินส์ ตะบันเต็มข้อจากกลางกรอบเขตโทษบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงามส่ง โปรตุเกส ขึ้นนำก่อน 1-0 เมื่อหมดครึ่งแรก
เข้าครึ่งหลัง สเปน มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลายรายให้ คาร์ลอส มาร์เชน่า เล่นแทน ปูโยล พร้อมส่ง เชส ฟาเบรกาส เล่นแทน ชาบี เอร์นานเดซ อีกทั้งให้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ลงเล่นแทน ดาบิด บีย่า ส่วน โปรตุเกส ส่ง ดานนี่ เล่นแทน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พร้อมกับให้ เปเป้ แทน คาร์วัลโญ่
เจ้าบ้าน ซึ่งยังบุกอย่างคึกคักนั้น ได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากจังหวะที่ทำเกมกันไหลลื่น นานี่ พลิกตัวจ่ายขึ้นหน้าให้กับ เจา มูตินโญ่ ที่เติมขึ้นมาทางขวาวิ่งทะลุเข้าไปในเขตโทษแล้วไหลเข้ากลางให้กับ เอลแดร์ ปอสติก้า ไขว้ยิงเข้าประตูไปอย่างสวยงามในนาทีที่ 49
สเปน พยายามตั้งเกมขึ้นมาบ้าง อิเนียสต้า ผ่านบอลให้กับ ชาบี อลอนโซ่ กดด้วยขวาไม่เข้ากรอบในนาที 53 จนนาทีที่ 65 ยอร์เรนเต้ ไหลให้กับ เชส ฟาเบรกาส กดด้วยขวาถากเสาสองออกไปชนิดได้ลุ้นทีเดียว
3 นาทีต่อมาทีม "ฝอยทอง" มาได้ประตูที่ 3 เมื่อ ดานนี่ ลากขึ้นมาทางขวาแตะหลบผู้เล่นสเปน บอลหลุดการครอบครองเลยมาถึง เจา มูตินโญ่ เพื่อนร่วมทีมที่จ่ายทะลุให้กับ เอลแดร์ ปอสติก้า แปยัดเสาแรกเข้าไปให้ โปรตุเกส นำกระจาย 3-0 และเป็นประตูที่ 2 ของ ปอสติก้า ในเกมนี้แล้ว
ช่วงทดเวลาเจ็บ โปรตุเกส ได้ประตูย้ำชัยเด็ดขาดอีกหนึ่งประตู จากการแทงทะลุช่องของ เปเป้ ให้กับ อูโก้ อัลเมยด้า หลุดมาดวลเดี่ยวกับ อีเกร์ กาซียาส ก่อนจะยิงไม่พลาด ช่วงที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม โปรตุเกส เปิดรังไล่ต้อน สเปน แชมป์โลกทีมล่าสุดไปแบบหมดทางสู้ 4-0

อังกฤษ 1 - ฝรั่งเศส 2
สนาม : นิว เวมบลีย์
ที่ นิว เวมบลีย์ "สิงโตคำราม" อังกฤษ ส่ง 2 ดาวรุ่งอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ แอนดี้ คาร์โรลล์ ออกสตาร์ตเกมตัวจริงนัดแรก ขณะที่ "เลส์ เบลอส์" มาเต็มสูบมี ซามีร์ นาสรี่ กับ โยอันน์ กูร์กกุฟฟ์ ปั้นเกมให้ คาริม เบนเซม่า ที่ยืนหอกเป้า
เริ่มเกมมาแค่นาทีเดียวเจ้าถิ่นได้โอกาสก่อน เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 28 เมตร สตีเว่น เจอร์ราร์ด วิ่งเข้าตะบันเต็มเท้าลูกพุ่งวาบเข้ากรอบ แต่ตรงตัว อูโก้ โยริส ที่วันนี้เป็นกัปตันทีมรับเอาไว้ได้
หลังจากนั้น "ตราไก่" เริ่มตั้งเกมได้ และครองบอลเดินหน้าเข้าหาเจ้าถิ่นก่อนมีโอกาสหนแรกจากจังหวะที่ ฟลอร็องต์ มาลูด้า รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมแล้วลากเข้ามายิงหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายเต็มเท้า แต่ เบน ฟอสเตอร์ เซฟเอาไว้ได้ ในนาทีที่ 8
4 นาทีหลังจาก ขุนพลทีมเยือนมาอีกรอบ บาการี่ ซาญ่า เติมขึ้นมาทางกราบขวาก่อนโยนเข้ากลางแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์ออกมาเข้าทาง โยอันน์ กูร์กกุฟฟ์ เพลย์เมกเกอร์สุดหล่อหน้าเขตโทษแต่งบอลหนึ่งจังหวะแล้วตะบันเต็มเท้า ฟอสเตอร์ ต้องพุ่งทุบออกหลัง กระทั่งนาที 15 ลูกทีมของ โลร็องต์ บล็องก์ ออกนำจนได้เมื่อต่อบอลกันสวยหน้าเขตโทษสุดท้ายบอลมาอยู่ที่ เบนเซม่า ทำชิ่งหนึ่งสองกับ มาลูด้า เข้าเขตโทษด้านซ้าย ก่อนแตะหนึ่งทีก่อนยิงยัดมุมแคบด้วยซ้ายเสียบเสาไม่เหลือส่ง ฝรั่งเศส ออกนำ 1-0 หลังจากเสียประตูเจ้าถิ่นเริ่มเดินหน้า ขณะที่ทีมเยือนก็สวนเจ็บ ๆ ได้หลายครั้ง และมีโอกาสกันคนละหนึ่งรอบเริ่มจาก เบนเซม่า ทำชิ่งกับ มาลูด้า แบบเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ยิงหลุดหายไปไกล ส่วนเจ้าถิ่นได้ คาร์โรลล์ โขกตั้งให้ เจมส์ มิลเนอร์ วิ่งเข้าฮาล์ฟวอลเลย์หลุดเสาสอง
ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรกทั้งคู่ยังเปิดเกมใส่กันสนุก และน่ามีประตูเกิดขึ้น โดย คาร์โรลล์ หาจังหวะสับไกครั้งแรกของเกมเจอด้วย ทว่าตรงตัว โยริส เซฟเอาไว้ได้ จบครึ่งแรก ฝรั่งเศส บุกมานำ 1-0
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ฟาบิโอ คาเปลโล่ แก้เกมด้วยการส่ง แอชลี่ย์ ยัง , อดัม จอห์นสัน และ ไมกาห์ ริชาร์ดส ลงสนามโดยแทนที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์, แกเร็ธ แบร์รี่ และ ธีโอ วัลค็อตต์
อย่างไรก็ตามแค่เพียง 10 นาทีของเกมทีมเยือนขึ้นนำเป็น 2-0 จากจังหวะที่ต่อบอลกันมาสวยทางด้านขวาแล้วเป็น กูร์กกุฟฟ์ แทงให้ บาการี่ ซาญ่า สปีดตามไปโยนหักมาที่เสาแรก มาติเยอ วัลบูเอน่า วิ่งตามมากระโดดแปเสียบเสาสองไม่เหลือซาก
เจ้าถิ่นพยายามฮึดสู้ และนาที 62 พวกเขาน่าตามตีไข่แตกจากจังหวะฟรีคิกของ อดัม จอห์นสัน โยนเลยมาที่เสาสองบนตกพื้นหนึ่งจังหวะ เจอร์ราร์ด พยายามโขกข้ามมือ โยริส แต่ทว่าบอลตกลงบนคานอย่างน่าเสียดาย
อังกฤษ ยังมาเป็นชุดๆ ก่อนหมดเวลา 9 นาทีพวกเขาน่าได้ประตูเหลือเกินเมื่อเปิดบอลเข้ามาลุ้นในเขตโทษบอลชุลมุนสุดท้าย เจอร์ราร์ด วิ่งมาแปเน้นๆ จากข้างหลังเฉี่ยวเสาแค่ไม่กี่คืบ หลังจากนั้นในนาทีที่ 85 แฟนสิงโตคำรามได้เฮบ้าง เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง เปิดลูกเตะมุมมาที่หน้าประตู มาที่เสาสอง ปีเตอร์ เคร้าช์ วิ่งมากระโดดแปเน้นๆให้ อังกฤษ ไล่มา 1-2
ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เกิดขึ้น อังกฤษ แพ้คาบ้าน 1-2
ผลฟุตบอลทุกรายการประจำค่ำคืนวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา


ผลฟุตบอลทุกรายการประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553
