เข้าสู่ระบบ

 

เช็คผลบอลทุกคู่ ทุกรายการวันที่ 23 พ.ย.53

โพสเมื่อ: 24 พ.ย. 53 : 11.22 น. icon graph อ่าน 58 ครั้ง

 

รูปข่าว

     ศึกแชมเปี้ยนส์ลีกค่ำคืนวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน มีคู่ที่น่าสนใจหลายๆคู่ โดยเฉพาะ การแข่งขันในกลุ่ม อี "หมาป่าแห่งกรุงโรม" โรม่า ปะทะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่โกงความตายกลับมาแซงทั้งๆที่ตกเป็นรองไปก่อนถึง 0-2 พลิกกลับมาชนะ 3-2 หน้าตาเฉย และ เรอัล มาดริด ที่เข้ารอบไปแล้วอัด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังจากฮอลแลนด์ไปแบบไม่ไว้หน้า 4-0
 

อาแอส โรม่า (อิตาลี่) 3 - 2 บาเยิร์น มิวนิค (สเปน) 

สนาม : สตาดิโอ โอลิมปิโก       
เวลา : 02.45 น
.

      เกมครึ่งชั่วโมงแรกทั้งสองฝ่ายต่างทำเกมรุกเข้าใส่กันแต่ยังเป็นเป็นประตู แต่ในนาทีที่ 34 กลับเป็นฝั่งทีมเยือน สิงโต มิวนิค ออกนำไปก่อนจากจังหวะ ที่ ฟร้องค์ ริเบรี่ ตัวพลิ้วทีมชาติฝรั่งเศสที่พึ่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา ฉีกตัวประกบโยนเข้ากลางให้ มาริโอ โกเมซ กองหน้าทีมชาติเยอรมันที่ยิงแทบทุกนัดในช่วงหลังๆใส่สกอร์เม็ดที่ 5 ของตัวเองในรายการนี้ ส่ง บาเยิร์น ทีมเยือนออกนำ 1-0

      เริ่มเขี่ยบอลมาได้อีกแค่ 5 นาที โธมัส มุลเลอร์ จ่ายบอลคิลเลอร์พาสมาให้ มาริโอ โกเมซ คนเดิน ยิงบอลตามน้ำเสียบมุมเข้าไปอย่างเด็ดขาด เสือใต้ ทิ้งห่าง 2-0 จบครึ่งแรก หมาป่ากรุงโรม โดน เสือใต้กดไปสองแผล

      ช่วงพักครึ่ง รานิเอรี่ กุนซือเจ้าถิ่น ไม่รอช้าปรับแท็กติกเปลี่ยนตัวคนแรกทันที ถอด เกรโก้ ออกมา และส่ง ฟาบิโอ ซิมปลิซิโอ ดาวเตะบราซิเลียนลงมาบู๊แทน

      เขี่ยบอลมาได้แค่ 4 นาที โรม่า เจ้าบ้านก็มาได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ เมเนซ เปิดบอลให้ มาร์โก บอร์ริเอลโล่ สอดเข้ามายิงเต็มข้อให้เจ้าบ้านกลับมาได้ลุ้นอีกครั้ง 1-2

      หลังจากโหมบุกอยู่พักใหญ่ๆ จัลโล่รอสซี่ ก็มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 81 ยอร์น อาร์เน่ รีเซ่ เติมขึ้นมาเปิดบอลจากฝั่งซ้ายให้ ดานิเอเล่ เด รอสซี่ เข้าชาร์จเข้าประตูไป 2-2

      จากนั้นเพียงสามนาที สตาดิโอ โอลิมปิโก แทบแตกเมื่อ โรม่า พลิกกลับมานำ 3-2 บอร์ริเอลโล่ ถูก คราฟท์ ทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น "ราชันย์หมาป่า" ฟรานเชสโก้ ต็อตติ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม โรม่าพลิกกลับมาชนะอย่างสุดมันส์ 3-2


อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์) 0 - 4 เรอัล มาดริด (สเปน)

สนาม :
อัมสเตอร์ดัม อารีน่า, ฮอลแลนด์           
เวลา : 02.45 น.

      ทีมชุดขาว เกมนี้ไม่มี ซามี่ เคดิร่า กองกลางตัวรับทีมชาติเยอรมัน ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าขวา รวมไปถึง กอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา ที่เจ็บแผ่นหลังชวดบู๊ ทำให้สองผู้เล่นชาวฝรั่งเศสอย่าง ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า และ คาริม เบนเซม่า จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงแทน

      ราชันชุดขาวเปิดเกมอย่างคึกคักเมื่อเป็นฝ่ายบุกอยู่ข้างเดียว จนมาถึงนาทีที่ 36 ชาบี อลอนโซ่ วางบอลยาวจากกลางสนามเข้าเขตโทษ ให้ เปโดร เลออน วิ่งแลบขึ้นมาดีดลูกส้นให้ คาริม เบนเซม่า เข้ามาแปด้วยขวา เสียบตาข่าย เรอัล มาดริดออกนำ 1-0

      มาดริด ยังไม่เพลาเกมรุก ก่อนหมดเวลาแค่นาทีเดียว มาดริด ได้ฟรีคิก เป็น หนูโด้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งเข้ามาใส่บอลติดบล็อกกองหลังกระดอนมาเข้าทาง ทาง อัลบาโร่ อาร์เบลัว จับหนึ่งจังหวะก่อนใส่ด้วยขวาระยะประมาณ 30 หลา เสียบตาข่ายส่งให้ทีมเยือน นำห่าง 2-0 เมื่อหมดครึ่งเวลาแรก

      รูปเกม เรอัล มาดริด ยังคงเหนือกว่านาทีที่ 70 อังเกล ดิ มาเรีย สตาร์อาร์เจนติน่า เปิดบอลให้ โรนัลโด้ ลากบอลก่อนกดด้วยซ้าย เข้าเสาไกลไปอย่าสุดสวย มาดริด นำห่างสุกกู่ 3-0

      3-0 คงยังไม่หนำใจ เมื่อมาดริด ที่วันนี้มาโหดจริงๆ จัดลูกที่ 4 ให้กับเจ้าบ้าน เมื่อนาทีที่ 81 เมซุต โอซิล โดนทำฟาว์ล ในกรอบเขตโทษ และ ก็เป็น คริสเตียโน่ "คาสโนโด้" โรนัลโด้ ยิงเข้าไปไม่เหลือซาก 4-0 แม้ว่าท้ายเกมขุนพลชุดขาวจะโดนใบเหลืองแดงถึงสองรายแต่ก็ไม่มีผล มาดริด เข้ารอบไปเป็นจ่าฝูงของกลุ่มที่ 13 คะแนน ควงคู่ เอซี มิลาน ที่ มี 8 คะแนนเข้ารอบเป็นที่สอง


สรุปผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

กลุ่มอี

- โรม่า (อิตาลี) ชนะ บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) 3-2
- บาเซิ่ล (สวิตเซอร์แลนด์) ชนะ ซีเอฟอาร์ คลูช (โรมาเนีย) 1-0

กลุ่มเอฟ
- สปาร์ตัก มอสโก (รัสเซีย) แพ้ มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) 0-3
- เชลซี (อังกฤษ) ชนะ เอ็มเอสเค ซิลิน่า (สโลวาเกีย) 2-1

กลุ่มจี
- อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์) แพ้ เรอัล มาดริด (สเปน) 0-4
- โอแซร์ (ฝรั่งเศส) แพ้ เอซี มิลาน (อิตาลี) 0-2

กลุ่มเอช
- บราก้า (โปรตุเกส) ชนะ อาร์เซน่อล (อังกฤษ) 2-0
- ปาร์ติซาน เบลเกรด (เซอร์เบีย) แพ้ ชัคเตอร์ โดเนทส์ค (ยูเครน) 0-3


ผลฟุตบอลทุกรายการประจำค่ำคืนวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา