เข้าสู่ระบบ
แนะนำทีม เวิลด์ คัพ 2010 : อิตาลี
โพสเมื่อ: 9 มิ.ย. 53 : 20.56 น.
แนะนำทีม ฟุตบอลโลก 2010 : อิตาลี
อิตาลี (กลุ่ม เอฟ)
ขุนพล "อัซซูร์รี่" อิตาลี แชมป์ทีมล่าสุดของทัวร์นาเมนต์นี้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จัดได้ว่าเป็นชาติตัวเต็งชาติหนึ่งที่มีโอกาสที่จะสัมผัสโทรฟี่ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ประจำฟุตบอลโลก 2010 ณ ประเทศแอฟริกาใต้ หนนี้มากที่สุด นอกจากนี้แล้ว พวกเขา ร่วมกับ บราซิล ยังเป็นเพียง 2 ทีมที่เคยคว้าแชมป์ในรายการดังกล่าวถึง 2 สมัยติดต่อกันด้วย และสำหรับรายการนี้ ลูกทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ จะได้พิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้งว่า พวกเขาจะทำได้เหมือนกับนักเตะรุ่นก่อนหรือไม่ ที่ได้แชมป์ 2 ครั้งติดต่อกันมาในปี 1934 และ 1938 นั่นเอง
เส้นทางสู่ เวิลด์ คัพ

ขุนพล "อัซซูร์รี่" อิตาลี แม้ว่าจะเพิ่งผิดหวังมาจากทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2008 มาก่อนหน้านี้ ทว่าในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกแล้ว พวกเขาจบด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม 8 ประจำโซนยุโรป โดยสถิติของพวกเขานั้นก็คือ ชนะทั้งหมด 7 นัด เสมออีก 3 นัด และไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้กับทีมใดเลยแม้แต่นัดเดียว นอกจากนี้จำนวนประตูที่พวกเขาทำได้ในรอบดังกล่าวนั้น พวกเขายังยิงได้ทั้งสิ้น 18 ลูก และเสียไปทั้งหมด 7 ลูกด้วย
สำหรับรายละเอียดในรอบคัดเลือกนั้น นับตั้งแต่ อิตาลี เริ่มต้นรอบการแข่งขันดังกล่าวด้วยการเอาชนะ ไซปรัส 2-1 เป็นต้นมา พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในอันดับ 1 ของกลุ่มมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามการเข้ารอบของพวกเขานั้น ก็ใช่ว่าจะง่ายดาย หรือนอนมา แต่อย่างใด เมื่อพวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้าย และคว้าตั๋วไปกาฬทวีปมาครองได้ได้เพียงแค่ 1 นัดก่อนที่จะครบตามโปรแกรมที่กำหนดไว้เท่านั้น
ด้านดาวซัลโวประจำทีม ในทัวร์นาเมนต์รอบคัดเลือกที่ผ่านมา อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ หัวหอกจากสโมสร ฟิออเรนติน่า คือผู้ที่ทำประตูมากที่สุดสำหรับทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ โดยเขาทำได้ทั้งสิ้น 4 ประตู และ 3 ลูกในนั้น ก็มาจาก แฮตทริก ในเกมที่เอาชนะ ไซปรัส 3-2 ในนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกที่ผ่านมานั่นเอง
ดาวเด่นประจำทีม

หากจะกล่าวถึงดาวเด่นประจำทีมแชมป์โลก 4 สมัยทีมนี้แล้ว จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายด่านมือ 1 แห่งสโมสร ยูเวนตุส วัย 31 ปี จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเขาถือว่าเป็น 1 ในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบันนี้เลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 2 แกนนำในแนวรับของอิตาลีในทีมชุดนี้อีกต่างหากด้วย นอกจากนี้แล้วการเซฟลูกโหม่งของ ซีเนอดีน ซีดาน เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศส ในช่วงต่อเวลาพิเศษของรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 ที่ผ่านมา ก็ไม่มีใครสามารถโต้เถียงได้เลยว่า นี่คือจอมหนึบคนหนึ่งของโลกใบนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจาก จิจี้ บุฟฟ่อน แล้ว ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจากค่ายเดียวกัน วัย 36 ปี ซึ่งถือเป็น 1 ใน 2 แกนนำแนวรับเช่นเดียวกันนั้น ก็ถือเป็นกัปตันทีมตลอดกาลของทีม "อัซซูร์รี่" ชุดนี้ และเป็นดาวเด่นคนหนึ่งไม่แตกต่างกัน โดยเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ผ่านมา รวมไปถึงรางวัลลูกฟุตบอลทองคำ หรือ บัลลงดอร์ ปีเดียวกันด้วย อีกทั้งเขาก็ยังเป็นผู้เล่นที่ติดทีมชาติเยอะที่สุดในทีมชุดปัจจุบันอีกต่างหาก โดยติดธงไปแล้วทั้งสิ้นด้วยกัน 130 นัดเลยทีเดียว
ในแผงมิดฟิลด์ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กองกลางตัวรับจอมขยัน ก็เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตามองในทีมชุดนี้เช่นเดียวกัน และในเรื่องของความสามารถของเขานั้น คงไม่ต้องบรรยายถึงสรรพคุณกันให้มากมายนัก ซึ่งดาวเตะวัย 31 ปีรายนี้ถือว่าเป็นผู้เล่นฟันเฟืองสำคัญในแดนกลาง รวมไปถึงเป็นหัวใจสำหรับทีม "อัซซูร์รี่" เลยทีเดียว และอีกจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเขาก็คือ จิตใจที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจเรื่องชัยชนะให้แก่เพื่อนร่วมทีมอีกด้วย
เทรนเนอร์

มาร์เชลโล่ ลิปปี้ อิล.ชี.ที. ทีมชาติอิตาลี จัดได้ว่าเป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง และยังเป็นกุนซือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการสร้างสรรค์โอกาสเพื่อเก็บผลการแข่งขันอีกด้วย โดยไม่น้อยกว่า 5 ประตูจาก 12 ประตูที่ทำได้ในฟุตบอลโลกปี 2006 ที่ผ่านมานั้น มาจากตัวสำรองที่เขาเปลี่ยนตัวลงไปทั้งสิ้น กระนั้นภายหลังจากการประสบความสำเร็จดังกล่าว ลิปปี้ ก็ได้ตัดสินใจที่จะเปิดหมวกอำลาทีมชาติไป หลังจากวันที่ 12 กรกฎาคม ปี 2006 ทว่าจากความตกต่ำของ "อัซซูร์รี่" ในศึก ยูโร 2008 ลิปปี้ ก็ได้กลับมากุมบังเหียนทีมอีกครั้ง และคราวนี้ก็แทบจะไม่ต้องมีการเจรจากันให้มากมายนักแต่อย่างใดเลยด้วย
อดีตเทรนเนอร์ ยูเวนตุส เริ่มต้นสร้างแผงแนวรับขึ้นมาใหม่แทบจะทันทีหลังเข้ารับตำแหน่งหมาด ๆ แถมยังเปลี่ยนแปลงในแผงมิดฟิลด์ รวมไปถึงทดลองที่จะใช้หัวหอกหน้าใหม่ ๆ หลายต่อหลายคนอีกด้วย โดยเขานำทีมทำสถิติไม่พ่ายแพ้ให้กับใครถึง 31 นัด ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ในความรู้สึกของเขาแล้ว แท็คติกที่เขาใช้นั้นไม่เคยต้องถูกเป็นที่สงสัยอะไรนั่นเอง
อนึ่งสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกที่ผ่านมา มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ได้เรียกใช้บริการของผู้เล่นทั้งสิ้น 36 คนด้วยกัน โดย ฟาบิโอ คันนาวาโร่ และฟูลแบ็ค จานลูก้า ซามบร็อตต้า คือผู้เล่นที่เขาเรียกใช้งานมากที่สุด ซึ่งคิดเป็นนาทีแล้วก็คือ 810 นาที
เวิลด์ คัพ ที่ผ่านมา

อิตาลี สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ทั้งสิ้น 16 ครั้ง จากทั้งหมด 18 ครั้ง ซึ่ง 2 ครั้งที่พวกเขาต้องพลาดไปนั้น คือครั้งแรกเมื่อปี 1930 และปี 1958 นั่นเอง โดยจากทั้งหมดที่เข้าร่วมนั้น พวกเขาสามารถคว้าแชมป์โลกได้ถึง 4 สมัย นั่นคือ 1934 , 1938 , 1982 และ 2006 และจบด้วยตำแหน่งรองชนะเลิศปี 1970 กับ 1994 รวมไปถึงอันดับที่ 3 ในปี 1990 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพด้วยนั่นเอง
เกียรติประวัติ

- แชมป์ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 4 สมัย : 1934 , 1938 , 1982 , 2006
- แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) : 1968
- แชมป์ฟุตบอลโอลิมปิคเกมส์ : 1936
วาทะเด็ด

"ไม่มีทีมใดเหนือว่าอิตาลีหรอก ผมไม่ต้องการที่จะพูดว่า พวกเราดีกว่าทุกทีม แต่คุณอาจจะพูดว่า พวกเราไม่ได้ด้อยกว่าทีมอื่น ๆ เลยต่างหาก" มาร์เชลโล่ ลิปปี้ เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลี
รายชื่อผู้เล่น 23 คนชุดสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2010
ผู้รักษาประตู : จานลุยจิ บุฟฟ่อน (ยูเวนตุส) , มอร์กาน เด ซานค์ติส (นาโปลี) , เฟเดริโก้ มาร์เค็ตติ (กายารี่)
กองหลัง : ฟาบิโอ คันนาวาโร่ (ยูเวนตุส) , จานลูก้า ซามบร็อตต้า (เอซี มิลาน) , จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ยูเวนตุส) , โดเมนิโก้ คริสชิโต้ (เจนัว) , คริสเตียน มาจโจ้ (นาโปลี) , ซัลวาตอเร่ บ็อคเค็ตติ (เจนัว) , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ (บารี่)
กองกลาง : เจนนาโร่ กัตตูโซ่ (เอซี มิลาน) , อันเดรีย ปีร์โล่ (เอซี มิลาน) , เมาโร คาโมราเนซี่ (ยูเวนตุส) , ดานิเอเล่ เด รอสซี่ (อาแอส โรม่า) , อันเจโล่ ปาลอมโบ (ซามพ์โดเรีย) , ซิโมเน่ เปเป้ (อูดิเนเซ่) , ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ (ฟิออเรนติน่า) , เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ (ยูเวนตุส)
กองหน้า : อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ (ฟิออเรนติน่า) , วินเชนโซ่ ยาควินต้า (ยูเวนตุส) , อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ (อูดิเนเซ่) , ฟาบิโอ กวายาเรลล่า (นาโปลี) , จามเปาโล ปาซซินี่ (ซามพ์โดเรีย)
เทรนเนอร์ : มาร์เชลโล่ ลิปปี้

