เข้าสู่ระบบ

 

แนะนำทีม เวิลด์ คัพ 2010 : เยอรมัน

โพสเมื่อ: 6 มิ.ย. 53 : 19.24 น. icon graph อ่าน 21 ครั้ง

 

รูปข่าว

โปรไฟล์

 อดีตแชมป์โลก 3 สมัย เยอรมัน เข้ารอบสุดท้ายมาบรรเลงเพลงแข้งที่ แอฟริกาใต้ ด้วยความคาดที่ค่อนข้างสูงหวังจากสื่อมวลชน และแฟนบอล หลังจากพกดีกรีชนะเลิศในปี 1954 ที่สวิตเซอร์แลนด์ , 1974 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ และ 1990 ที่อิตาลี่ "อินทรีเหล็ก"นำทีมโดยกุนซือหนุ่ม โยอาคิม เลิฟ ที่มุ่งหวังเป็นอย่างมากที่จะพาทีมคว้าถ้วยฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สี่ให้ได้

          ทีมชาติเยอรมันมีผู้เล่นที่ประสบการณ์สูงหลายคน และถึงแม้ทีมอาจจะไม่มีเทคนิคแพรวพราว แต่ด้วยแท็คติกบวกกับความเป็นเลือดนักสู้ที่ไม่เคยท้อ แม้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ทำให้ขุนพลอินทรีเหล็กฝ่าฝันเข้ารอบลึกๆมาได้ทุกครั้ง สิ่งที่น่าจับตามองมากสำหรับพวกเขาในทัวร์นาเมนต์ก็คือ มิชาเอล บัลลัค กัปตันจอมอาภัพที่พยายามอยู่หลายครั้ง เพื่อจะคว้าแชมป์โลกมาครองให้ได้ หลังจากได้รองแชมป์เมื่อปี 2002 ที่เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วม รวมทั้งปี 2006 ก็ได้เพียงอันดับ 3 ในบ้านเกิดตัวเอง และถึงยูโร 2008 ที่ออสเตรียกับสวิตเซอร์แลนด์ ทีมจากเมืองเบียร์ก็ได้เพียงรองแชมป์เช่นกัน

          ไม่เพียงเท่านั้น มิชาเอล บัลลัค นอกจากจะโด่งดังไปเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เขายังถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ยอดกัปตันทีมชาติเยอรมันระดับตำนานที่เคยพาทีมชูถ้วยฟุตบอลโลกมาแล้วอย่าง ฟริตท์ วอล์เตอร์, ฟรานซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ และ โลธ่า มัทเธอุส อีกด้วย "อินทรีเหล็ก"ยังฝากความหวังกับดาวยิงของทีม มิโรสลาฟ โคลเซ่ ที่มักจะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทุกครั้งในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก รวมทั้ง ฟิลิปปส์ ลาห์ม, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และ ลูคัส โพดอสกี้

A young supporter of the German national soccer team blows a horn during the friendly soccer match between Germany and Bosnia-Herzegovina in Frankfurt

เส้นทางสู่แอฟริกาใต้ 2010

          ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2010 เยอรมันถูกจับให้อยู่ในกลุ่ม 4 ทีมใส้กรอกทำแต้มหล่นเพียง 2 เกม ในนัดที่พบกับ ฟินแลนด์ ทั้งเหย้าและเยือน โดยเกมแรกบุกไปเสมอ 3-3 ถึงเฮลซินกิ ซึ่งเป็น มิโรสลาฟ โคลเซ่ ทำแฮตทริกฮีโร่ในเกมนั้นด้วย และกลับมาเสมอกันอีกครั้งที่ฮัมบวร์ก 1-1 ในเกมสุดท้ายของรอบคัดเลือก อย่างไรก็ตาม เยอรมันก็ตบเท้าเข้าสู่รอบสุดท้ายด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม ทิ้งทีมอันดับรองลงมาอย่าง รัสเซีย, ฟินแลนด์, เวลส์, อาเซอร์ไบจัน และ ลิกเท่นสไตน์ ตกรอบตามระเบียบ

          สองเกมที่สร้างความประทับใจให้ทีมชาติเยอรมันก็คือการชนะรัสเซียทั้งไปและกลับ ซึ่งเป็นการแย่งเข้ารอบกันโดยตรง และเกมที่สุดสำคัญในนัดก่อนสุดท้ายเมื่อขุนพลอินทรีเหล็กบุกไปชนะรัสเซีย 2-1 ถึงมอสโกว์ นับเป็นเกมแรกที่รัสเซียพลาดท่าแพ้ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ก่อนจะพลาดท่าแพ้สโลเวเนียในรอบเพลย์ออฟตกรอบไปอย่างเจ็บปวด รูปแบบการเล่นภายใต้การคุมทัพของ โยอาคิม เลิฟ เน้นเกมบุกที่ดุดันมากขึ้นต่อเนื่องมาจากชุดของ เจอร์เก้น คลิ้นท์มัน ในปี 2006 ที่มีเกมบุกน่าตื่นตาตื่นใจ

Germany's Mueller, Lahm and Khedira celebrate after a friendly soccer match against Bosnien-Herzegowina in Frankfurt

นักเตะที่น่าจับตามอง

          ก็ไม่ใช่ใครอื่น ห้องเครื่องจากสโมสรเชลซี มิชาเอล บัลลัค กัปตันจอมอาภัพของทีม ดาวเตะวัย 33 ปี ติดทีมชาติทั้งหมด 97 ครั้ง และพยายามอย่างเต็มที ที่จะพาทีมชาติของตัวเองคว้าแชมป์โลกมาครองให้ได้ หลังพลาดมาหลายครั้งตั้งแต่ รองแชมป์โลกปี 2002 และ ยูโร 2008 เชื่อกันว่าในมหกรรมที่แอฟริกาใต้ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขา เพราะด้วยอายุที่มากเกินไปแล้ว

          มิโรสลาฟ โคลเซ่ ยอดดาวยิงเจ้าของสถิติ 48 ประตู จาก 93 นัด ทำให้ศูนย์หน้ารายนี้กลายเป็นดาวซัลโวตลอดกาลอันดับที่ 3 ในนามทีมชาติ ตามหลัง แกร์ด มุลเลอร์(68 ประตู) และ โจอาคิม สแตรช (55 ประตู) และจอมถล่มประตูจากสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ก็คงเป็นที่ถูกจับตาอย่างมากในทัวร์นาเมนต์นี้ ขณะที่เพื่อนร่วมสโมสรอย่าง ฟิลิปปส์ ลห์ม และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ก็ถูกเพ่งเล็งไม่แพ้กัน หลังทัมร์นาเมนต์ก่อนๆโชว์ฟอร์มได้ทุกครั้ง

Germany's national coach Joachim Loew looks up before their friendly soccer match against Bosnia-Herzegovina in Frankfurt

ผู้จัดการทีม

          โจอาคิม เลิฟ อดีตผู้ช่วยของ เจอร์เก้น คลิ้นท์สมัน ในฟุตบอลโลก 2006 เรียกว่าตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของกุนซือ"ฉลามขาว"อยู่นาน ก่อนที่จะรับบทบาทเป็นหัวเรือใหญ่ของ"อินทรีเหล็ก"เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2006 บุนเดสเทร์นเนอร์วัย 49 ปี ก็สานต่อแนวทางของ คลิ้นท์สมัน ด้วยการเล่นเกมรุกที่ดุดัน แต่มาเสริมเติมแต่งเกมรับ ให้สมดุลขึ้น เขาเจอบททดสอบที่สำคัญในศึกฟุตบอลยูโร 2008 และก็ไม่ทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง เมื่อพาทีมหักปากกาเซียนคว้ารองแชมป์ไปได้  และมาครั้งนี้ ก็จะเป็นเวทีใหญ่สำหรับเขาอีกครั้งว่ายังสอบผ่านอยู่หรือไม่ คำจำกัดความของ เลิฟ ว่าเอาไว้"ความมุ่งมั่นและทำงานหนักเท่านั้น ที่จะก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้"

FOOTBALL 2006 World Cup Germany fans - 0

ประวัติของทีมในฟุตบอลโลก

          - เยอรมัน ได้แชมป์โลกทั้งหมด 3 ครั้ง(1954, 1974, และ 1990) เป็นรองเพียงแค่ บราซิล(5) และ อิตาลี (4)

          - ในปี 1930 และ 1950 เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ที่เยอรมันไม่สามารถผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้าย

สถิติน่ารู้

          - เยอรมันเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกทั้งหมด 7 ครั้ง เท่ากับ ทีมชาติบราซิล

          - เยอรมันแข่งยิงลูกโทษในศึกฟุตบอลโลกทั้งหมด 4 ครั้ง และชนะได้ทั้งหมด

วาทะ

          "เราเคยประสบความสำเร็จมาในอดีต และนั่นเป็นแรงบันดาลใจให้นักเตะรุ่นหลัง คุณแค่ดูสถิติที่เยอรมันเคยชนะเลิศในรายการใหญ่ๆ เราคว้าแชมป์โลกในปี 1954, 1974, และ 1990 รวมทั้ง ยูโร 1975, 1980 และ 1996 เราสามารถทะลุเข้ารอบลึกๆได้อยู่บ่อยครั้ง เราเชื่อว่าทีมของเราดีพอที่จะเข้าชิงชนะเลิศอีกครั้ง เพราะสองรายการสำคัญที่ผ่านมาล่าสุด เราได้อันดับที่ 3 ในบ้านเราเมื่อปี 2006 ก่อนที่จะได้รองแชมป์ยูโร 2008 ดังนั้นเป้าหมายของเราก็คือคว้าแชมป์โลก 2010" ฟิลลิปป์ ลาห์ม

Germany's soccer players pose for photographers before a friendly soccer match in Frankfurt

ายชื่อผู้เล่น 23 คนชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2010

ผู้รักษาประตู : มานูเอล นอยเออร์ (ชาลเก้ 04) , ทิม วีเซ่ (แวร์เดอร์ เบรเมน) , ฮันส์-ยอร์ก บุตต์ (บาเยิร์น มิวนิค)

กองหลัง : มาร์แซล เยนเซ่น (ฮัมบูร์ก) , อาร์เน่ ฟรีดริช (แฮร์ธ่า เบอร์ลิน) , เดนนิส เอาโก้ (ฮัมบูร์ก) , เซร์ดาร์ ตาสซี่ (สตุ๊ดการ์ท) , โฮลเกอร์ บั๊ดสตูเบอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) , ฟิลิปป์ ลาห์ม (บาเยิร์น มิวนิค) , เพอร์ เมร์เตซัคเคอร์ (แวร์เดอร์ เบรเมน) , เฌโรม บัวเต็ง (ฮัมบูร์ก)

กองกลาง : ซามี่ เคดิร่า (สตุ๊ดการ์ท) , บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) , เมซุต โอซิล (แวร์เดอร์ เบรเมน) , พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ (ฮัมบูร์ก) , โทนี่ โครส (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) , มาร์โค มาริน (แวร์เดอร์ เบรเมน)

กองหน้า : สเตฟาน คิสลิ่ง (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) , ลูคัส พาโดลสกี้ (โคโลญจน์) , มิโรสลาฟ โคลเซ่ (บาเยิร์น มิวนิค) , โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค) , คาเคา (สตุ๊ดการ์ท) , มาริโอ โกเมซ (บาเยิร์น มิวนิค)

เทรนเนอร์ : โยอาคิม เลิฟ